[Review] The Rocket – ข่อยบ่แม่นตัวซวย

1
26
views

TheRocketPoster

 

การได้เห็น The Rocket ฉายในโรงออกจะเป็นเรื่องเกินคาดอยู่สักหน่อย เพราะดูจากหน้าหนังแล้วไม่น่าจะใช่แนวที่ถูกใจตลาดเมืองไทยนัก แต่เหตุผลหลักที่ทำให้เข้าฉายก็คงไม่พ้นการมีหนึ่งในนักแสดงเป็นดาราตลกรุ่นเก๋าอย่าง “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” รวมไปถึงหนังเรื่องนี้ยังคว้ารางวัลได้จากหลายสถาบัน และได้รับเสนอชื่อเป็นตัวแทนของประเทศออสเตรเลียส่งชิงรางวัล Oscar สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมปีนี้ แต่เสียดายที่ไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

 

บางคนอาจสงสัยว่าทำไม The Rocket กลายเป็นหนังออสเตรเลียไปได้ ทั้งที่ดูจากหน้าหนังแล้วมันดูละม้ายคล้ายหนังไทย ที่นับว่่าเป็นหนังออสเตรเลียก็เพราะผู้สร้างหนังเรื่องนี้เป็นค่ายหนังจากออสเตรเลีย และยังมีผู้กำกับออสเตรเลีย และอันที่จริงนอกจากใช้นักแสดงนำบางส่วนเป็นคนไทยแล้ว The Rocket ก็ไม่ได้เนื้อหาอะไรเกี่ยวกับไทยเลย เพราะเรื่องราวและตัวละครทั้งหมดในเรื่องอยู่ในประเทศลาว
 

The Rocket จับเอาเรื่องราวเล็กๆ ของคนตัวเล็กๆ ในสังคมเล็กๆ อย่าง “อาโล” (สิทธิพล ดีเสมอ) เด็กแฝดที่เกิดมาในหมู่บ้านที่มีความเชื่อว่า ลูกแฝดคือตัวซวยที่นำความวิบัติมาให้คนข้างเคียง เหตุการณ์ร้ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการตายของแม่ การที่ครอบครัวต้องอพยพย้ายถิ่นเพราะทางการจะสร้างเขื่อน จึงถูกโยนความผิดว่าเป็นเพราะปล่อยให้อาโลเติบโตมา โดยเฉพาะย่าของเขา (บุญศรี ยินดี) ที่แสดงความความจงเกลียดจงชังเขาอย่างเห็นได้ชัด
 

เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่ตัวซวยอย่างที่ใครเขาว่า อาโลจึงตั้งใจที่จะทำบั้งไฟเข้าแข่งขันในงานบุญใหญ่ เพื่อคว้าชัยและพิสูจน์ตัวเอง โดยขอความช่วยเหลือจากอดีต CIA จอมเพี้ยนอย่าง “เพอร์เพิล” (เทพ โพธิ์งาม) และหลานสาว “เกีย” (ลูกน้ำ แก้วใส่นาม) ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่ The Rocket ชี้ให้เห็นถึงผลลบของความเชื่อของสังคมที่กำลังทำลายชีวิตคนๆ หนึ่ง แต่ตัวละครในหนังเองกลับเลือกใช้ความเชื่ออีก “ชุดหนึ่ง” มาแก้ปัญหา
 

The Rocket จึงไมใช่หนังที่มุ่งล้มวัฒนธรรมความเชื่อเสียทีเดียว ในแง่หนึ่งหนังยอมรับความสำคัญของความเชื่อ แต่หนังก็เชื่อว่าความเชื่อมันไม่ได้มีชุดเดียว ยิ่งเราออกไปนอกสังคมที่เราเคยอยู่ ก็จะเห็นความหลายหลายของชุดความเชื่อมากขึ้น หนังจึงเสนอทางเลือกให้กับเราว่า หากเราไม่พอใจชุดความเชื่อที่เป็นอยู่ แต่จะทำลายมันก็ไม่ได้ ทำไมไม่ลองเดินไปยังสังคมอื่นหรือเปลี่ยนไปใช้ชุดความเชื่ออื่นที่เหมาะสมกับเราแทนละ

 
ตัวหนังยังให้ความสำคัญกับ “ครอบครัว” ในฐานะผู้คอยป้องกันไม่ให้ความเชื่อเข้ามาทำร้ายคนในครอบครัว เหมือนที่ “โทมา” (สัมฤทธิ์ วาริณ) พ่อของอาโล ที่แม้จะโดนแม่พูดกรอกหูอยู่ตลอดว่าอาโลเป็นตัวซวย แต่โทมาก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวลูก และเช่นเดียวกันตัวอาโลเองก็ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองเช่นเดียวกันว่าตนเองไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหา เพราะทันทีที่เราคิดว่าตัวเราคือต้นเหตุแล้ว มันก็ยากที่เราจะสลัดหลุดพ้นจากความเชื่อที่ทำร้ายเรา

 
The Rocket ยังเป็นหนังที่ดูสนุกและดูไม่ยาก แถมตอนจบยังให้ความรู้สึก Feel Good สุดๆ ถึงตัว Production ของหนังเองจะไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย แต่มันทดแทนได้ด้วยความเป็นธรรมชาติทั้งในแง่ของเนื้อเรื่อง ฉาก และการแสดง โดยเฉพาะ 2 นักแสดงเด็กอย่างน้องสิทธิพลและน้องลูกน้ำ (คนแรกเป็นเด็กไทย คนที่สองเป็นเด็กลาว) ที่เล่นได้ Real มาก มีทั้งความน่ารักแบบเด็กๆ และมีแง่มุมของความเป็นผู้ใหญ่ตามสภาพแวดล้อมในเรื่องที่ทำให้เป็นเด็กโตกว่าวัย จนไม่น่าเชื่อว่านี่คืองานแสดงครั้งแรกของทั้ง 2 คน
 

น่าเสียดายที่ดูเหมือน The Rocket จะออกจากโรงไปแล้ว ตามประสาหนังเล็กๆ ที่ไม่เป็นกระแส คงต้องรอออกแผ่นอย่างเดียว ใครที่พลาดในโรงไป แผ่นออกเมื่อไหร่ก็อยากแนะนำให้ลองหามาชมกันครับ
 

 

ความชอบส่วนตัว: 9/10

 
the_rocket_feature 

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here