[Review] Skyfall: จุดเปลี่ยนพยัคฆ์ร้าย ในวันฟ้าถล่ม

1
32
views

ในบรรดาหนังทั้งหมด James Bond เรียกได้ว่าเป็นหนังชุดที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่สุด นับจนถึงปัจจุบันก็ 50 ปีเข้าแล้ว และแน่นอนเมื่อครบรอบ 50 ปี ก็ต้องมี James Bond ภาคใหม่มาฉลอง (และเรียกเงิน) สักหน่อย กับภาคที่ชื่อว่า Skyfall แต่จะให้มาแบบธรรมดาๆ หนังสายลับอายุ 50 ปีเรื่องนี้ก็คงแข่งกันหนังสายลับรุ่นใหม่อย่าง Bourne หรือแม้แต่ Mission Impossible ไม่ไหว Skyfall จึงมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่บางคนถึงกับยกให้เป็น James Bond ตอนที่ดีที่สุด หรือไม่ก็เหยียบจมดินไปเลย

“สายลับอังกฤษ หล่อ เก่ง ผู้ดี สาวติดเยอะ มีของเล่นไฮเทคไว้ปราบผู้ร้าย” คือภาพลักษณ์ของ James Bond ที่หลายคนนึกถึง ซึ่งมาพร้อมกับพล็อตที่แทบเหมือนกันทุกภาคตรงที่ “ผู้ร้ายวางแผนครองโลก Bond รับภารกิจไปปราบ เจอสาว Bond ได้กัน ปราบผู้ร้ายสำเร็จ กลับมาเตรียมรับภารกิจต่อไป” จะต่างกันก็แค่รายละเอียด ซึ่งอันที่จริงหนังสามารถดำรงภาพลักษณ์และพล็อตลักษณะนี้ไปได้เรื่อยๆ เพราะขนาด Die Another Day (2002) ภาคสุดท้ายของ Pierce Brosnan หนังก็ยังได้กำไรไปไม่น้อย แต่อาจเพราะผู้สร้างไม่ต้องการให้ James Bond เป็นเพียงสายลับแก่ๆ ที่คอยกินบุญเก่า ดังนั้น James Bond จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลง และได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น Casino Royale (2006) กับ James Bond คนใหม่อย่าง Daniel Craig ที่เพิ่มเพิ่มความดุดัน สมจริง ลดไฮเทค จนทำให้ Bond ดูเป็นสายลับที่มีตัวตนจริงๆ ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม หาก Casino Royale คือการเปลี่ยน Bond ที่เพ้อฝันให้กลายเป็น Bond ที่สมจริง Skyfall ก้าวขึ้นไปอีกขั้นกับการด้วยการตั้งคำถามใส่ Bond ว่า “สายลับภาคสนามอย่าง Bond ยังจำเป็นอยู่เปล่าในโลกปัจจุบัน”

“โลกปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว เราไม่รู้ว่าใครคือศัตรู แต่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าเราปลอดภัยแล้ว” คำพูดของ M เจ้านายของ Bond ใน Skyfall อาจเรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของ Bond ภาคนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน หนัง Bond เกิดขึ้นมาในยุคของสงครามเย็น ยุคสมัยที่มีความคุกรุ่นระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์กับเสรีประชาธิปไตย และเป็นยุคสมัยที่เต็มไปด้วยสายลับ ไม่แปลกที่สายลับอย่าง James Bond จะได้รับความนิยม แต่มาถึงยุคปัจจุบัน ยุคที่สงครามเย็นจบสิ้นไปแล้ว ยุคที่ศัตรูอาจไม่ใช่รัฐ แต่เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ไหนสักกลุ่มหรือเป็นใครก็ไม่รู้ และยังเป็นยุคที่ความวุ่นวายสามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่คลิกเมาส์ ยุคสมัยแบบนี้เรายังจำเป็น James Bond อยู่อีกหรือไม่ นี่คือคำถามที่โยนเข้าใส่ James Bond และทำให้ Skyfall เป็น James Bond ที่มีความหนักแน่นทางเนื้อหามากที่สุด

นอกจากสภาพแวดล้อมสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป Bond ในภาคนี้ยังต้องเผชิญกับอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงคือ “อายุ” เขาไม่ใช่ Bond ที่กระฉับกระเฉงเช่นเดิม แต่เป็น Bond ที่แก่ขึ้น คล่องแคล่วน้อยลง ไม่เก่งอย่างที่เคย จนแทบจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำต่อ ขณะที่บทบาทในการสู้รบกับผู้ร้าย กลายเป็น Q ที่ในภาคก่อนๆ มีบทแค่เอาของเล่นไฮเทคมาให้ Bond แต่ภาคนี้ลงมาสู้กับผู้ร้ายผ่านเวทีคอมพิวเตอร์ การวางภาพ Q ที่หนุ่มขึ้นที่สวนทางกับ Bond ที่แก่ลง ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตที่ Bond ต้องเผชิญ จึงไม่แปลกใจนักที่ Bond จะทุ่มเทช่วยเหลือ M เสียขนาดนี้ แม้ว่า Silva ตัวร้ายของเรื่องจะพยายามปั่นหัวให้ Bond ไม่ไว้วางใจในตัว M และองค์กร MI6 เสียเท่าไหร่ก็ตาม เพราะสำหรับ Bond แล้ว M คือทุกสิ่งที่บ่งบอกถึงความสำคัญในการเป็นสายลับของเขา และเพราะความเชื่อมั่นที่ M มีให้ ที่ทำให้ Bond ตัดสินใจยังเป็นสายลับต่อไป แม้ว่าจะมีใครเห็นว่าเขาควรเลิกงานภาคสนามและไปทำงานนั่งโต๊ะแล้วก็ตาม

เมื่อประเด็นของเรื่องหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม Skyfall จึงเป็น James Bond ที่เปลี่ยนจากหนังแอ็คชั่นบ้าพลัง มาเป็นแอ็คชั่นดราม่า โดยเฉพาะการที่ได้ Sam Mendes ผู้กำกับที่โด่งดังจากหนังสายดราม่ามากำกับ ทำให้ James Bond ภาคนี้เต็มไปด้วยบทพูดอันคมคายตลอดทั้งเรื่อง ขณะที่ฉากแอ็คชั่นเหลือเพียงประมาณ 30% ของเรื่องเท่านั้น แม้จะรู้สึกว่ายังมีบางจุด ที่หนังน่าจะตีประเด็นได้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการตาย (ปลอมๆ) ในต้นเรื่องของ Bond ที่สามารถขยายความได้มากกว่านี้ หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง M กับ Bond หรือ M กับ Silva ที่ยังดูไม่สุด แต่อย่างน้อย Mendes ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างแนวทางใหม่ของ Bond และจะกลายเป็นแนวทางหลักของหนัง Bond ภาคต่อๆ ไปในอนาคต แม้ว่าจะต้องแลกมากับความไม่พอใจและเสียงสาบส่งจากผู้ชมที่ต้องการ Bond ในแบบสายลับสุดเท่ห์กับแอคชั่นสุดมันส์ก็ตาม

Daniel Craig กลับมาสวมบท Bond อีกครั้ง แม้จะโดนค่อนขอดมากมายว่าเป็น Bond ที่ขี้เหร่ที่สุด (ซึ่งก็จริง) แต่ Craig ก็สามารถสร้างสรรค์ Bond ในแบบที่จับต้องได้อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้ แต่ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยเสน่ห์ความเร้าใจแบบ Bond กับภาคนี้ Craig แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเขาเหมาะกับ Bond จริงๆ แต่คนที่โดดเด่นที่สุดในเรื่องกลับเป็น M ที่ถ่ายทอดบทหัวหน้าใหญ่ของ MI6 ที่ต้องเจอมรสุมครั้งสำคัญในชีวิตการงานได้อย่างน่าชื่นชม และไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Bond จึงเชื่อฟังและเคารพ M เป็นอย่างมาก (แม้ภายนอกจะไม่ค่อยแสดงออกก็เถอะ) แต่สำหรับตัวร้ายของเรื่องอย่าง Raoul Silva (Javier Bardem) ดูจะน่าเสียดายไม่น้อย เพราะในขณะที่ครึ่งแรกพยายามปูถึงความน่าเกรงขามของเขา แต่ในช่วงครึ่งหลังกับรู้สึกว่าเป็นตัวร้ายธรรมดาๆ ทั่วไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเมื่อเทียบกับตัวร้ายของ Bond ในภาคก่อนๆ ก็ต้องถือว่า Silva เป็นตัวร้ายที่น่าจะจดจำไม่น้อย น่าสังเกตว่าภาคนี้พยายามกระจายบทไปให้ตัวละครอื่นๆ นอกจาก Bond มากขึ้น ซึ่งก็ช่วยให้ Skyfall เป็น Bond ที่มีมิติมากที่เดียว

ความดีเด่นอีกอย่างของ Skyfall ก็คือ ในขณะที่เล่าเรื่อง Bond ในแนวทางใหม่ แต่ก็แฝงไปด้วยลีลาของการเคารพ Bond ในแนวทางเก่า เราจึงได้เห็นบทพูด สิ่งของ หรือแม้แต่ตัวละครมากมายที่อ้างอิงไปยังภาคก่อนๆ จนทำให้แฟนหนังชุดนี้รู้สึกฟินไปตามๆ กัน แม้ว่าตัวผมจะไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ James Bond อะไรมากมาย แต่ก็ยังพอจับได้ถึงสิ่งที่ Skyfall สอดแทรกเข้ามา แต่จุดอ่อนของ Skyfall ก็อย่างที่กล่าวไปคือ “ความไม่สุด”ในหลายๆ เรื่อง และมีบางช่วงที่หนังอัดบทพูดมามากจนกลายเป็นความอืดและน่าเบื่อ ขณะที่ช่วงท้ายเรื่องก็ยังไม่พีคเท่าที่คิด ทำให้สำหรับผมแล้ว Skyfall ถือเป็นหนังที่ “น่าดู” แต่ยังไม่ถึงขนาด “ต้องดู” แต่หากคุณเป็นแฟนหนัง James Bond อยู่แล้ว Skyfall เป็นอีกภาคที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ที่น่าสนใจกว่าคือ James Bond ในหลังจากนี้ เมื่อ Mendes ได้วางแนวทางใหม่ให้กับ Bond แล้ว ภาคต่อไปเราอาจได้เห็น Bond ในแบบที่เน้นเข้าไปในแง่มุมด้านจิตใจมากยิ่ง อาจเป็นประเด็นความไม่ไว้วางใจในตัวองค์กร MI6 ที่มากยิ่งขึ้น หรือเป็นด้านมืดในตัว Bond เอง ยิ่งเมื่อผู้สร้างเองออกมาบอกว่า ในอนาคต (ไม่ใช่ภาคต่อไป) อยากให้ Christopher Nolan มากำกับ ซึ่ง Nolan ก็เคยบอกแล้วว่าเขาก็สนใจกำกับหนังชุดนี้เช่นกัน ทำให้เราเริ่มเห็นเส้นทางที่ Bond จะก้าวไปได้ในภาคต่อๆ ไป 

แน่นอนเส้นทางใหม่ของ Bond คงทำให้สูญเสียความนิยมจากกลุ่มคนที่ชื่นชอบ Bond แบบเดิมไปบ้าง แต่หากยังต้องการให้สายลับผู้นี้มีอายุยาวนานต่อไปเรื่อยๆ การก้าวสู่เส้นทางใหม่คือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

 

 

เผยแพร่ครั้งแรก

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A12880206/A12880206.html

 

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here