10 บทเพลงประทับใจจากเหยื่ออธรรม Les Miserables 2012

1
107
views
Les-Miserables-2012-Wallpapers-les-miserables-2012-movie-32697313-1280-800

Les Miserables ฉบับภาพยนตร์ 2012 โดยผู้กำกับ Tom Huper นั้นเป็นฉบับที่ดัดแปลงจากละครเวทีเรื่อง Les Miserables ไม่ใช่จากหนังสือโดยตรง ตัวหนังจึงเลือกการนำเสนอในลักษณะหนังเพลงแบบ Sung-through Musical ที่ใช้เพลงในการเล่าเรื่องและมีบทพูดเพียงเล็กน้อย (มาก) ดังนั้นในเรื่องจึงไปด้วยเพลงต่างๆ มากมาย มาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน และด้วยเพลงมีสถานะเป็นบทสนทนาในเรื่องด้วย ทำให้บางทีการฟังเฉยๆ กับการฟังพร้อมดูหนังเรื่องนี้ไปด้วยให้ความรู้สึกที่ต่างกันพอควร

ในส่วนของตัวหนังเคยทำการ Review ไปครั้งนึงแล้ว สำหรับใครที่สนใจก็ตาม Link เลย

[Review] Les Misérables – บทเพลงแห่งเหยื่ออธรรม

แต่ในที่นี้จะขอพูดเฉพาะเรื่องเพลงในหนัง โดยจะขอจัดอันดับส่วนตัว 10 เพลงที่น่าประทับใจที่สุดใน Les Miserabs 2012 ดังนี้

10. Castle on a Cloud – Isabella Allen

เพลงที่สะท้อนถึงความฝันของ Cosette วัยเด็ก (Isabelle Allen) ที่อยากจะหลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ แม้จะเป็นเพลงที่ไม่ยาวนักแต่ก็ทำได้อย่างประทับใจทีเดียว ชอบเสียงของ Isabelle ด้วย

9. Red and Black – Eddie Redmayne, Aaron Tveit และคนอื่นๆ

เป็นเพลงที่ใช้ในการพูดคุยในกลุ่มเพื่อนของ Marius (Eddie Redmayne) มีสองอารมณ์ในเพลงเดียวกัน ทั้งเรื่องการต่อสู้และเรื่องความรัก ชอบท่อนที่เปรียบสิ่งต่างเป็นสีแดงและสีดำตามชื่อเพลง

8. Empty Chairs at Empty Tables – Eddie Redmayne

เพลงแทนความรู้สึกของ Marius (Eddie Redmayne) ถึงเพื่อนๆ ที่เสียสละชีวิตในการต่อสู้ ตัวเพลงทั้งเนื้อทั้งทำนองก็เศร้าอยู่แล้ว แต่การถ่ายทอดอารมณ์ของ ยิ่งทำให้เศร้าไปอีก ร้องไปสะอื้นไปแต่ยังคงความเพราะไว้ได้ ที่สำคัญแม้ตัวหนังจะเน้นการ Close-up หน้าตัวละครขณะร้อง แต่เราก็ยังรับรู้ถึงความว่างเปล่าและเจ็บปวดที่อยู่ในห้องนั้นได้

7. Look Down (The Beggars) – Daniel Huttlestone

Look Down ในเรื่องมีหลายเวอร์ชั่น แต่ชอบเวอร์ชั่นของ Gavroche (Daniel Huttlestone) มากที่สุด บรรยายสภาพความเป็นอยู่และความแตกต่างทางชนชั้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อมันร้องผ่านมุมมองของเด็กด้วย

6. Stars – Russell Crowe

แม้จะโดนค่อนขอดว่าเสียงสู้คนอื่นในเรื่องไม่ได้ ซึ่งก็จริง ((-_-)) แต่จุดเด่นในเสียงของ Crowe ก็คือความทุ้มและนุ่มของเสียง ซึ่งแตกต่างจากคนอื่นๆ ในเรื่อง เมื่อมารวมกับเพลงเดี่ยวของ Javert ตัวละครของเขาในเรื่องอย่าง Stars ที่สื่อความเชื่อมั่นในกฎหมายว่าเป็นตัวสร้างความสงบในสังคมของเขาได้เป็นอย่างดี ประกอบกับตัวเพลงก็ติดหูและค่อนข้าง Pop อยู่แล้ว ทำให้ได้ผลที่น่าพอใจทีเดียว อาจจะมีสะดุดหน่อยตรงพยายามพ่นไฟตอนท้าย ที่ดูเหมือนตะเบ็งมากไปหน่อย

5. A Heart Full of Love – Amada Seyfried, Eddie Redmayne และ Samantha Barks

เพลงที่ใช้ในการพบปะพูดคุยกันครั้งแรกระหว่าง Cosette (Amanda Seyfried) กับ  Marius (Eddie Redmayne) จนก่อเกิดเป็นความรักระหว่างทั้งสอง เสียงของ Eddie จัดว่าดีอยู่แล้ว แต่เด่นจริงต้องเสียงของ Amanda ที่แหลม สูง ใส ได้ใจมาก ประมาณเสียงเจ้าหญิงตามบุคลิกของตัวละครเลยก็ว่าได้ สร้างสเน่ห์ให้เพลงนี้เยอะทีเดียว โดยส่วนตัวในเรื่องนี้ชอบเสียง Amanda มากที่สุด เสียดายที่ไม่มีเพลงเดี่ยวของตัวเองเท่าไหร่

4. On My Own – Samantha Barks

เพลงแทนความรู้สึกของ Eponine (Samantha Barks) ที่มีต่อ Marius ตอนยังไม่ได้ดูหนัง ก็ไม่ได้ชื่นชอบอะไรมากมาย เพราะมันคล้ายๆ กับเพลงแอบรักทั่วไปในตลาด แต่พอดูหนัง เพลงที่ดูเหมือนธรรมดากลับไม่ธรรมดา ยิ่งเพลงนี้ถูกวางไว้หลังเพลงรักของ Marius กับ Cosette ยิ่งช่วยบิ้วท์อารมณ์คนอกหักเข้าไปอีก

3. Do You Hear The People Sing – รวมนักแสดง

เพื่อการปฏิวัติที่แสดงให้เห็นถึงพลังของประชาชน พลังของเสรีภาพ ที่รัฐไม่มีสิทธิมากดขี่ การร้องแบบประสานเสียงยิ่งส่งอารมณ์ปลุกใจและฮึกเหิมเข้าไปอีก จนอยากจะเข้าไปร่วมต่อสู้ด้วย

2. I Dreamed a Dream – Ann Hathaway

เพลงที่ดังที่สุดและเป็นที่รู้จักมากที่สุดของเรื่อง (ในไทยคงรู้จักผ่าน Susan Boyle เป็นหลัก) เพลงนี้ฟังปกติก็รู้สึกเศร้าอยู่แล้ว แต่พอมารวมกับการแสดงของ Ann Hathaway และชะตากรรมก่อนหน้านั้นที่ตัวละครของเธอต้องประสบ บวกกับตีความเป็นแนวตัดพ้อปนโกรธแค้นในชะตา ทำให้ยิ่งเศร้าหนักเข้าไปอีก ถ้าไม่ได้ Oscar นี่คงมีเคืองกันบ้างละ

1. One Day More – Hugh Jackman, Russell Crowe, Amanda Seyfried, Eddie Redmayne, Aaron Tveit, Samantha Barks และคนอื่นๆ

จะบอกว่านี่เป็นเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่องก็ว่าได้ เพราะใช้เป็นจุดพลิกผันของเรื่อง เล่าเรื่องตัวละครหลายตัวพร้อมกัน มีคนร้องหลายคน แถมตอนท้ายแต่ละคนยังร้องพร้อมๆ กันแบบคนละเนื้อกันอีก ส่วนตัวชอบเนื้อหาในเพลงที่มีทั้งเรื่องความหวัง ความรัก การออกหัก การทำหน้าที่ การปกิวัติ และการฉวยโอกาส ซึ่งจังหวะของเนื้อเพลงเข้ากันมากๆ ที่ชอบที่สุดคือช่วงท้ายเพลง ที่แม้บางคนจะบอกว่ามันไม่เข้ากัน แต่มองอีกแง่ความไม่เข้ากันและออกแนว Battle ก็สื่อถึงความขัดแย้งของตัวละครได้เป็นอย่างดี

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here