[Review] The Voice Thailand 3: Battle Round 4th Week – 9/11/14

0
142
views

p1964j54do1ctqce38fv1ruv3aq3

 

อาทิตย์นี้มาช้าไป 2 วันเพราะติดภารกิจส่วนตัว สำหรับความเห็นต่อ Battle สัปดาห์นี้ ก็ตามนี้เลยครับ

 

ทีมก้อง: แนท vs. พอร์ทเช่

เพลง: รักแท้..ยังไง (น้ำชา ชีรณัฐ)

 

ถ้าไม่นับฟันเหล็กเหมือนกันแล้ว ไม่มีอะไรที่น่าจะทำให้ 2 คนนี้มาคู่กันเลย ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลงที่ถนัด เทคนิค น้ำเสียง ไปจนถึงประสบการณ์การร้องเพลง หวั่นใจตั้งแต่ตอนเห็นว่าคู่กันแน่ๆ แล้ว ยิ่งมาเจอเพลงที่เอามา Battle อีก จะเน้นสนุกก็ไม่สุด จะไป Jazz ก็ไม่สุด มันจึงกลายเป็นความรู้สึกหน่วงๆ อึดอัดๆ ไปเกือบทั้งเพลง ได้แต่ประคับประคองกันไปไม่ให้ล่มเสียก่อน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นแนทคนเดียวที่รับหน้าที่นี้ พอร์ทเช่ไม่สามารถแสดงอะไรที่ทำให้เรารู้สึกพิเศษได้เลย ขณะที่แนทเองก็เช่นเดียวกัน ไม่สามารถใส่อะไรเต็มๆ ได้ เพราะใส่มากไปมีโอกาสโชว์จะล่มสูงมาก ผลออกมาเลยทำให้แม้จะไม่ล่ม แต่ก็ไม่ใช่ Battle ที่น่าประทับใจเท่าไหร่ แนทเข้ารอบก็เป็นส่ิงที่คาดไว้อยู่แล้ว เพราะเหนือกว่าทุกอย่าง แต่การที่ Battle ออกมาแบบนี้ ถือว่าไม่ค่อยส่งผลดีแต่แนทเท่าไหร่ เพราะมันทำให้กระแสขาดช่วงไปเลย
 
 

 

ทีมโจอี้: เกรซ vs. โอลีฟ

เพลง: Cross Love (หนึ่ง ณรงค์วิทย์ & ลุลา)

ไหนๆ โจอี้กับหนึ่ง ณรงวิทย์ก็ได้มาร่วมงานกันใน The Voice ปีนี้แล้ว ก็เลยขอจัดเพลงจากละครตัวเองไปสักหน่อยละกัน นี่คงเป็นสิ่งที่โจอี้คิด 555 และในเมื่อเพลงมีทั้งเวอร์ชั่นไทยและญี่ปุ่น Battle นี้จึงจัด 2 ภาษาไปเลย แต่เอาจริงๆ Cross Love ตอนเป็น Ost. ก็เป็น Ost. ที่ค่อนข้างเฉยๆ เมื่อเทียบกับเพลงอื่นในเรื่อง (เราจะไม่พูดถึงตัวละครที่ก็ค่อนข้างเฉยๆ เช่นกัน) พอเอามาทำ Battle มันก็ยังดูเรียบๆ อยู่ งานนี้เลยต้องวัดกันที่เสียงละ ซึ่งในส่วนของโอลีฟนั้นเสียงเพราะเลยละ อารมณ์ได้ด้วย แต่ส่วนตัวกลับชอบเสียงของเกรซมากกว่า อาจเพราะเสียงของโอลีฟมันเพราะแบบคนที่ร้องเพราะทั่วไป แต่เสียงเกรซค่อนข้างมีความแตกต่างจะด้วยเนื้อเสียงหรือเทคนิคอะไรก็แล้วแต่ ทำให้เพลงนี้ไม่เรียบเกินไป ดังนั้น คู่นี้ส่วนตัวก็เห็นตามโค้ชนั่นแหละ

 

 

ทีมคิ้ม: ปอย vs. จ๋อ

เพลง: ความรัก (Bodyslam)

ร้องได้โอเคตามมาตรฐานทั้ง 2 คนนะ แต่ก็ไ่ม่ได้พิเศษอะไร อาจเพราะรู้สึกว่า “ความรัก” เวอร์ชั่นนี้ค่อนข้างจะราบเรียบและธรรมดาไปนิด แต่ละคนก็ไม่ได้มีท่าไม้ตายที่ถึงกับทำให้คนฟังต้องร้องว้าวได้ แต่อาจด้วยความที่จ๋อร้องได้หนักแน่นมากกว่า ทำให้ดูไปกับเพลงได้เนียนกว่าปอยที่ร้องออกมาในแบบ Pop เกินไป จึงน่าจะเป็นสาเหตุให้โค้ชคิ้มเลือกจ๋อให้ไปต่อ จริงๆ Battle นี้ที่ออกมาค่อนข้างธรรมดาไปหน่อยส่วนหนึ่งโทษโค้ชคิ้มนะ 555 ก็พี่แก้เล่นโชว์เทพให้เด็กๆ ดูตอนซ้อม แม้จะแค่ท่อนเดียว แต่กลบ 2 คนนี้ไปซะมิดเลย

 

 

ทีมแสตมป์: อิ๋งอิ๋ง vs. พืช

เพลง: รักคุณเข้าแล้ว (บอย โกสิยพงษ์)

อิ๋งอิ๋ง มีพลังเสียงที่สุดยอด อลังการดาวล้านดวง แถมเทคนิคการร้องยังเข้าขั้นเทพมาก จะขึ้นสูง ลงต่ำ บุกน้ำ ลุยไฟ ทำได้หมด แต่ปัญหาเวลาฟังอิ๋งอิ๋งร้องเพลงคือ เก่งอะ…แต่ยังไม่โดนใจอะ อาจเพราะยังสัมผัสฟีลลิ่งจากเสียงของอิ๋งอิ๋งไม่ได้นัก แม้ว่าอิ๋งอิ๋งเองก็พยายามใส่อินเนอร์เข้าไปในเพลง แต่ก็ยังดูแข็งๆ ไม่สมูทเท่าที่ควร ขณะที่ลุงพืชแม้เพลงนี้จะไม่ได้โชว์เทคนิคหรือพลังออกมามากเท่าอิ๋งอิ๋ง แต่กลับไม่โดนกลบเลยแม้แต่น้อย แถมยังโต้กลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ฟังแล้วรู้สึกเคลิบเคลิ้มอีก ซึ่งนั่นแหละที่ทำให้เพลงนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา นี่ขนาดไมค์ยังอยู่แค่พุงนะ ถ้าไมค์ขึ้นกว่านั้นคงสาดใส่พลังกันครึกโครมกว่านี้ แต่ก็เสี่ยงที่จะทำให้ Battle ออกมาไม่ดีเท่าไหร่ งานนี้เห็นด้วยกับโค้ชที่ให้พืชไปต่อ อาจจะยังสงสัยนิดนึงที่โค้ชคิ้มเลือก Steal อิ๋งอิ๋ง เพราะที่ผ่านมาเหมือนกับแกจะไม่ค่อยได้สนใจแนวพ่นไฟสักเท่าไหร่ หรือถ้าเป็นแนวพ่นไฟก็ต้องมีออปชั่นอารมณ์ที่ไม่น้อยหน้า ซึ่งส่วนหลังนี้ส่วนตัวยังไม่ค่อยรู้สึกจากอิ๋งอิ๋งเท่าไหร่

 

 

ทีมก้อง: กอล์ฟ vs. ฝ้าย

เพลง: Way Back Into Love (Hugh Grant & Haley Bennett)

เอกลักษณ์ของกอล์ฟในรอบ Blind คือการร้องเสียงสูง แต่โดยส่วนตัวไม่ชอบเสียงสูงของกอล์ฟเอาเสียแล้ว ฟังแล้วออกแนวอึดอัดมากกว่า พอมารอบ Battle โดนจับให้ร้องคีย์ต่ำแทน ไม่ต้องใช้เสียงสูงแล้ว มองแง่หนึ่งเหมือนกับทำให้กอล์ฟไม่ได้โชว์สิ่งที่ตัวเองถนัด แต่ในอีกแง่มันกลับมาดีกว่าที่คิดนะ เพราะเสียงโทนต่ำของกอล์ฟมันเพราะ ฟังแล้วดูดีทีเดียว แต่ก็ (อีกละ) เฉพาะในส่วนที่เป็นท่อนเดี่ยวเท่านั้นแหละ เพราะพอเข้าท่อนประสานทีไร กอล์ฟก็โดนเสียงของฝ้ายหันสี่กลบหมดเลย คู่นี้ส่วนตัวให้ฝ้ายเหนือกว่าแทบทุกด้านทั้งน้ำเสียง อารมณ์ ไม่ว่าจะในท่อนเดี่ยวหรือท่อนประสาน ก็ยังคงงงๆ ก็โค้ชก้องว่าทำไมถึงเลือกกอล์ฟ หรือเพราะเห็นว่ามีการพัฒนาขึ้นจากรอบ Blind แต่อย่างน้อยฝ้ายก็ยังโชคดีที่โค้ชโจอี้ Steal ไป แม้ตอนนั้นจะแอบลุ้นนิดๆ ไม่ให้ Steal เพราะอยากให้ Steal คู่ถัดไปแทน

 

 

ทีมแสตมป์: ชาติ vs. เชาว์

เพลง: ขีดเส้นใต้ (กบ ทรงสิทธิ์)

คู่นี้ก็อย่างที่โค้ชแสตมป์และโจอี้บอก ทั้งคู่มีพลาดกันพอควร แต่ก็น่าแปลกที่ถึงจะรู้ว่าพลาด ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเพลงเสียเท่าไหร่ คือทั้ง 2 คนมีความสามารถที่จะคุมไม่ให้ความผิดพลาดมันกระจายออกมาจนกระทบต่อทั้งเพลง และอาจเพราะด้วยบุคลิกของทั้ง 2  คนมาในแนวเซอร์ๆ ลุยๆ มันจึงให้ความรู้สึกที่ดิบๆ และเรียลมาก อย่างกับมานั่งฟังเพื่อนที่เพิ่งอกหัก 2 คนมานั่นปรับทุกข์กัน คนหนึ่งเริ่มทำใจได้ อีกคนยังคั่งแค้นอยู่ ซึ่งถ้าให้เลือกก็คงต้องชาตินั่นแหละ ทั้งน้ำเสียง อารมณ์ แบบเข้าไปอยู่ในตัวเพลงเลย ส่วนเชาว์ก็ทำได้ดีเช่นกัน แต่มีบางช่วงที่รู้สึกเหมือนกับว่ารับพลังและอารมณ์ที่ส่งมาจากชาติไม่ทัน เสียดายที่คู่นี้ไม่มี Steal

 

 

Special Stage: กบ ทรงสิทธิ์

เพลง ขีดเส้นใต้ (กบ ทรงสิทธิ์)

ตั้งแต่ The Voice ปีแรก ก็มีหลายคนเรียกร้องว่าอยากให้พี่กบร้องเพลงให้ฟังในรายการบ้าง แต่แกก็ไม่ยอมร้องสักที มาปี 2 ก็ยังไม่ร้อง จนมาปี 3 การรอคอยก็สิ้นสุดลง ตอนที่เห็นตัวอย่างว่ามีเพลงขีดเส้นใต้ ก็คิดแล้วว่าต้องมีมุกแซวพี่กบแน่ๆ และก็คาดว่าพี่กบอาจจะร้องให้ฟังสักท่อนสั้นๆ แต่พอ Battle จริง ก็มีแค่แซวๆ อย่างเดียว จนคิดว่าคงไม่มีอะไรละ แต่…จังหวะเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าหนัง Marvel ค่ายนั้นชอบใส่ End Credit The Voice Thailand ก็มี End Credit เช่นเดียวกัน เป็นการปิดฉากรอบที่สวยงามและประทับใจมาก สังเกตว่าปีนี้มักมีอะไรมาเซอร์ไพรส์ช่วงปิดท้ายเสมอ อย่างตอนรอบ Blind ก็มีแสตมป์แต่งเพลงรับเอ้เข้าทีม พอ Battle ก็มีพี่กบ รอบ Knock-out จะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีกนะ ที่เหนือคาดยิ่งกว่านั้น คือกระแสเพลงนี้เหนือคาดมาก อาจเพราะพี่กบไม่ได้ร้องเพลงออกทีวีบ่อยนัก และเพลงที่ร้องก็คือขีดเส้นใต้ ซึ่งถ้าเป็นเด็กรุ่นใหม่ๆ หน่อยก็อาจไม่รู้จัก เพราะส่วนใหญ่จะรู้จักพี่กบแค่ว่าเป็นต้นฉบับของเพลง “ปาฎิหาริย์” เท่านั้น ว่าแต่การที่พี่กบร้องขีดเส้นใต้ ด้วยหน้าตายิ้มแย้มแบบนั้น มันฉีกอารมณ์จากขีดเส้นใต้ของคู่ Battle ไปเลย ของชาติ-เชาว์ จะแบบเพิ่งอกหัก แต่ของพี่กบนี่เหมือนเป็นความทรงจำในอดีตที่ผ่านมาแสนนาน ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปก็ได้แต่ยิ้มๆ ให้กับมัน

และในเมื่อหนัง Marvel ช่วงหลัง มี End Credit 2 รอบได้ ทำไม The Voice Thailand จะมี End Credit 2  รอบไม่ได้ และรอบ 2 นี่ทิ้งท้ายด้วยความฮาและประทับใจมาก “สั้นๆ พอ เดี๋ยวดึก”

 

 

ภาพรวม

สัปดาห์นี้ประทับใจสุดก็ Special Stage ของพี่กบนี่แหละ แต่ถ้าเป็นคู่ Battle ก็คู่ขีดเส้นใต้ แต่โดยรวมสัปดาห์นี้ค่อนข้างราบเรียบมากเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน แถมบางคู่นี่ก็ออกแนวน่าผิดหวังเลยทีเดียว สรุปโดยรวม Battle ปีนี้ ลดอารมณ์ของการฟาดฟันลงไปเยอะ ซึ่งสาเหตุก็คงเพราะกลัวเพลงจะออกมาพัง และสไตล์คนไทยชอบการร้องแบบคู่ นุ่มนวล มากกว่าปะทะกัน ซึ่งหลายคู่ก็ทำได้ดีนะ แต่ก็อาจจะทำให้ขาดรสชาติของการ Battle ไปบ้าง ชอบ Battle ของปี 2 ที่สุด เพราะรู้สึกกลมกล่อมดี ส่วนปี 1 นี่ก็ฟาดฟันกันจนเละเกินไป

3 คู่ Battle ที่ชอบสุดของปีนี้ อิมเมจ-เอิร์น ไอนัท-ก้อย และ บอส-เบียร์

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here