[Review] The Voice Thailand 3: Battle Round 3rd Week – 2/11/14

0
30
views

p195fj533rho1v1l1ln11t711csa5

 

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของรอบ Battle สำหรับความคิดเห็นที่มีต่อแต่ละคู่ในสัปดาห์นี้ก็ตามนี้เลยครับ

 

ทีมคิ้ม: ว่าน vs. โจ

เพลง: Can’t Fight the Moonlight (LeAnn Rimes)

ความเห็นส่วนตัวแต่อาจจะใจร้ายหน่อยๆ คือคู่นี้ค่อนข้างธรรมดามาก เกือบจะพอๆ กับคู่ม้าเหล็กใน Battle สัปดาห์แรก นอกเสียจากท่อนประสานช่วงต้นเพลงแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ คือไม่ถึงกับพังนะ เพียงแต่มันธรรมดาไป ต่างฝ่ายก็ไม่เหมือนไม่ค่อยมีไรมาโชว์ ส่วนตัวชอบว่านมากกว่านิดๆ เพราะดูจะมีเทคนิคที่มากกว่า ขณะที่โจก็อย่างที่บอกไว้ในรายการช่วงต้น คือยังควบคุมเสียงไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่คู่นี้ใครได้ก็ทั้งนั้น

 

 
ทีมก้อง: คิง-ตู้ vs. แบมแบม

เพลง: คุณและคุณเท่านั้น (แกงส้ม ธนธัต)

ก่อนอื่นอยากถามสไตลิสทีมพี่ก้องกว่า ขนตาล่างของฟางข้าว ซีซั่นที่แล้วยังไม่พอใจใช่มั้ย ซีซั่นนี้เลยจัดวิกผมมาให้แบมแบมด้วย คือถ้าเป็นเพลงเก่าก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เพลงวัยรุ่นนะ วิกผมไม่ได้เข้ากับเพลงเลย กลับมาที่ Battle เดิมทีไม่ค่อยประทับใจกับคู่คิง-ตู้ในรอบ Blind นัก แต่ในรอบนี้คู่นี้ทำได้ดีขึ้นมากจริงๆ ประสานกันได้เนียนมาก คือถ้าเทียบ 3 คู่ดูโอ้ที่ผ่านรอบ Blind ได้ คู่นี้ประสานกันได้เนียนที่สุด (แต่ยังไม่มีลูกเล่นหรือเทคนิคเท่าคู่กระท่อม) แต่ถึงจะเนียนแค่ไหน เพลงนี้ก็ไม่ได้เอื้อให้โชว์อะไรสักเท่าไหร่ ส่วนแบมแบมชอบเสียงน้องเขานะ ใส่เลย ชอบจังหวะการร้องด้วย เพลงเร็วไม่ใช่ปัญหาเลย แต่ที่ยังต้องแก้เยอะเลยคือ ความเครียด มีความรู้สึกว่าแบมแบมเหมือนจะเครียดและนิ่งเกินไป  ทำให้เพลงที่เป็นเพลงสนุก แต่ดูแล้วกลับดูอึมครึมแปลกๆ คู่นี้ให้เลือกก็คงเลือกแบมแบมแหละ ชอบเสียงแบบนี้ แต่โดยรวมเพลงยังไม่สนุกเท่าที่คาดหวังไว้

 

 

 

ทีมคิ้ม: ไอนัท vs. ก้อย

เพลง: กะทันหัน (รุจ ศุภรุจ, ฟิล์ม บงกช และ Lowfat)

แบบว่ามันฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งมาก ไม่คิดว่าจะมี Battle ที่ทำให้เขินและอมยิ้มไปทั้งเพลงได้ขนาดนี้ อย่างที่โค้ชแสตมป์บอกอย่างกับอยู่ในงานแต่ง ไอนัทเป็นเจ้าบ่าว ก้อยเป็นเจ้าสาว โดยมีโค้ชคิ้มเป็นแม่เจ้าสาว (พิจารณาได้โหวงเฮ้งที่ใกล้เคียงกัน) จริงๆ เพลงนี้อาจไม่ใช่เพลงที่ยากหรือต้องใช้พลังงานอะไรมากมาย แต่ทั้งโค้ชคิ้มและทั้งสองคนก็เอามาทำให้มีลูกเล่นต่างๆ ที่พิเศษมาก ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคต่างๆ ที่ใส่มาแบบพอดี ไม่ล้น ไม่เกิน หรือท่อนประสานหรือคอรัสที่มีให้ได้ยินตลอดทั้งเพลง แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ การถ่ายทอด “อารมณ์” เพลงออกมา ที่แบบน่ารักมาก มันไม่ใช่แค่ความรักของวัยรุ่นหนุ่มสาวแบบต้นฉบับแล้ว แต่มันคืออารมณ์ของคู่แต่งงานจริงๆ (คือก็ไม่เคยแต่งหรอกนะ แต่รู้สึกได้เลยว่าแต่งเมื่อไหร่อยากมีอารมณ์แบบนี้แหละ) อยากให้ลองสังเกตการสบสายตา การยิ้ม การเขินอาย Reaction ของทั้งคู่นี่แบบดึงให้เราเข้าไปอยู่ในงานแต่งได้จริงๆ ไม่แปลกที่สุดท้ายแล้วก้อยมีโค้ช Steal ถึง 3 คน เพราะถึงแม้เสียงของก้อยอาจจะไม่โดดเด่นเท่าไอนัท แต่การเข้าไปถึงอารมณ์เพลงได้อย่างเป็นธรรมชาติแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนง่ายๆ เช่นกัน คู่นี้ดีงาม และเห็นด้วยกับผลการตัดสินครับ

 

 

 

ทีมก้อง: หมี vs. ลูกแก้ว

เพลง ฉันอยู่ตรงนี้ (Blackhead)

จริงๆ ถ้าให้ตรงแนวกันควรเอา หมี (ซึ่งหน้าแอบคล้ายไอนัทจนบางทีแยกไม่ออก) ไปคู่กับจอห์น แล้วเอาลูกแก้วไปปะทะกับแนท แต่ดูเหมือนวิธีการจับคู่ของโค้ชก้องปีนี้จะเป็นแนวแบบมือวางในแต่ละคู่ แถมยังเลือกเพลงที่ค่อนข้างเอื้อให้กับมือวางอีก เพลงนี้ก็เช่นเดียวกัน ทุกอย่างดูจะเข้าทางหมีหมด แม้ว่าลูกแก้วจะเอาลูกเล่นการออกเสียงมาสู้ แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ ทั้งยังดูประดิษฐ์เกินไปเสียอีก หมีผู้มีน้ำเสียงในแบบโป่ง หิน เหล็ก ไฟ เวอร์ชั่นเกิดที่สุพรรณ จึงชนะไปอย่างไม่เหนือความคาดหมายนัก ส่วนลูกแก้วก็กลับไปดูแลซีโร่ในมาลีเริงระบำต่อละกัน (เพิ่งรู้นี่แหละว่าคนเดียวกัน ถึงว่าหน้าคุ้นๆ)

 

 

 

ทีมแสตมป์: อิมเมจ vs. เอิร์น

เพลง Torn (Natalie Imbruglia)

หน้าตาคล้ายๆ ทรงผมคล้ายๆ ดูๆ ไปเหมือนพี่น้องกันเลย เสียดายที่เอิร์นไม่ใส่แว่นตอน Battle ไม่งั้นพลังทำลายล้างจะสูงกว่านี้มาก คู่นี้อย่างที่โค้ชแสตมป์บอก สมเป็นคู่เอกของทีมจริงๆ คนหนึ่งก็มีความครบเครื่องมาก เสียงดี เทคนิคดี อินเนอร์ได้ ขณะที่อีกคนก็เหมือนเกิดมาเพื่อร้องเพลงจริงๆ ในช่วงแรกเอิร์นดูจะทำได้ดีกว่า แต่อิมเมจก็ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งฮุคสองที่เป็นท่อนของอิมเมจ เหมือนกับว่าเด็กคนนี้ได้ระเบิดพลังแฝงบางอย่าง แล้วมันรุนแรงมาก คือพลังของเอิร์นก็ไม่ได้ลดลงนะ แต่สิ่งที่อิมเมจปล่อยออกมามันรุนแรงมากจนกลบเอิร์นในช่วงหลังไปเลย หลายคนบอกว่าจุดเด่นของอิมเมจคือเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ส่วนตัวคิดว่าท่าไม้ตายของอิมเมจจริงๆ คือการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในเพลง และกลายเป็นส่วนหนึ่งกับเพลงได้อย่างแนบเนียน ซึ่งนั่นละคุณสมบัติสำคัญของศิลปิน คู่นี้เสียอย่างเดียว…ทำไมไม่ Steal ครูเอิร์นกันครับ

 

 

ทีมโจอี้: เข้ม vs. ชีส

เพลง: ขวัญเรียม (ส่งศรี จันทรประภา) + แสนแสบ (ชนินทร์ นันทนาคร)

ทีมโค้ชโจอี้ได้โชว์ปิดท้ายอีกหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับการครีเอทโชว์ อย่างคู่นี้ก็นำเพลงแสนแสบมารวมกับขวัญเรียม ซึ่งก็เป็นเพลงแผลเก่าทั้งคู่ แต่เพลงหนึ่งแทนตัวขวัญ อีกเพลงแทนตัวเรียม ไม่มีกังขาเรื่องเสียงร้อง ร้องได้ดีทั้งคู่ แต่คิดว่าน่าจะได้ไปกว่านี้อีกนะ หรือเพราะเวอร์ชั่นนี้มันดูเป็นเมืองกรุงมากกว่าที่จะเป็นทุ่งนาบางกะปิยังไงไม่รู้ ส่วนของเรียมอาจจะไม่มีปัญหาเท่าไหร่ เพราะในแผลเก่าก็มีช่วงหนึ่งที่เรียมกลายเป็นสาวชาวกรุง พอกล้อมแกล้มไปได้ แต่ขวัญนี่สิ ในเรื่องไม่เคยเป็นหนุ่มเมืองกรุง เป็นชาวทุ่งเต็มขั้น แต่อารมณ์ของเข้มอาจดูไม่ได้แตะไปลึกถึงขั้นนั้นเท่าไหร่ คืออยู่บนคันนา แต่ยังไม่ลงไปกลางทุ่ง เลยอาจเป็นสาเหตุให้โค้ชโจอี้เลือกชีสแทน แต่ดีครับ Battle นี้

 

 

ภาพรวม

สิ่งหนึ่งที่รู้สึกมาตลอดในรอบ Battle 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือส่วนใหญ่มันดูกลางๆ ยังไม่ได้มีคู่ที่โดนใจจังๆ แต่แล้วในสัปดาห์นี้ก็เจอจนได้ มันอาจไม่ได้พีคสุดแบบคู่คิง-เหน่ง ตอนซีซั่น 1 หรือคู่สงกรานต์-ต้าร์ ตอนซีซั่น 2 แต่นี่แหละใช่เลย แถมมาพร้อมกัน 2 คู่อีก นั่นคือ คู่กะทันหัน กับคู่ Torn คู่แรกพีคมากในเรื่องความรู้สึก ความอิ่มเอม และความสุข ขณะคู่สองก็พีคในแง่ของเสียงร้อง และบางอย่างที่น่าทึ่งในตัวผู้เข้าแข่งขัน ให้เลือกคู่ที่ชอบสุดในวีคนี้เลยลำบากใจนิดหนึ่ง แต่ตัดใจให้คู่ Torn เหนือกว่านิดหนึ่ง เพราะน้องอิมเมจโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม แม้สัปดาห์นี้จะมีคู่พีคถึง 2 คู่ แต่คู่อื่นๆ กลับค่อนข้างธรรมดาไป มันกลางๆ เสียยิ่งกว่าคู่ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาอีก

ป.ล. The Voice ซีซั่นนี้ มีเด็กอายุ 16 มาแข่งหลายคน ร้องดีด้วย น่ารักด้วย ดังนั้นขอเสนอให้ True หรือ BEC หรือค่ายไหนก็ได้ จับเอา แบมแบม บอส ชีส และอิมเมจ ไปทำ Girl Group เถอะ 4 คนจาก 4 ทีม อายุ 16 เท่ากันด้วย

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here