[Review] Die Tomorrow – Diary ‘ส่วนตัว’ ของเต๋อ

0
227
views

ถ้าเปรียบเทียบ “Die Tomorrow” เป็นหนังสือแล้ว ก็คงเป็นไดอารี่ส่วนตัวของ “เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์” ที่เขาใช้จดบันทึกความคิด เรื่องราว สิ่งที่ได้พบเจอมาแต่ละวัน ซึ่งในกรณีนี้คือเน้นไปที่การครุ่นคิดเกี่ยวกับ “ความตาย” แต่พอเป็นไดอารี่ นั่นก็หมายความว่า มันเป็นเรื่องราวส่วนตัวของผู้เขียน เป็นการย้ำเตือนความจำของตัวเอง มากกว่าจะเขียนให้คนอื่นอ่าน และอีกอย่างการเขียนไดอารี่คือการจัดบันทึกเรื่องราวที่เจอในแต่ละวัน บางวันเราเจออันนี้น่าสนใจ ก็จดไว้ทันที แต่พอเป็นวันอื่นเราอาจเปลี่ยนไปเขียนเรื่องอื่่่นก็ได้ จะแตกต่างกับหนังสือหรือนิยายที่มักจะมีโครงเรื่องและนำไปสู่บทสรุปอย่างชัดเจน ไดอารี่นั้นบางทีเนื้อหากระจัดกระจาย บางเรื่องอาจไม่มีบทสรุปหรือตกผลึกชัดเจนด้วยซ้ำ ดังนั้น คนนอกมาอ่านก็อาจไม่รู้เรื่องก็ได้ (ยกเว้นเราตั้งใจไว้แล้วว่าจะเขียนไดอารี่ถึงใครเป็นพิเศษ)

Die Tomorrow ก็เหมือนไดอารี่ของเต๋อ ที่เต๋อใช้บันทึกความคิดของเขาในประเด็นเกี่ยวกับความตายในช่วงปี 2555-2559 ซึ่งจนแล้วจดรอดก็ไม่เข้่าใจว่าทำไมต้องเป็นช่วงนี้ ก่อนหน้านี้เต๋อไม่เคยคิดถึงเรื่องความตายมาก่อนเหรอ ถ้าใช่ แล้วอะไรทำให้เต๋อหันกลับมาคิดเรื่องความตายกันละ ไดอารี่เล่มนี้เหมือนกับว่า อยู่ๆ เต๋อไปเจอข่าวเรื่องคนตายข่าวนี้ เห็นว่าน่าสนใจดี จดไว้ ไปเจอข่าวนี้อีก จดไว้ เจอข่าวเครื่องบินตก จดไว้ ข่าวคนฆ่าตัวตาย จดไว้ บลาๆ… แต่สุดท้ายเราก็ไม่เห็นว่าเต๋อตกผลึกอะไรจากการครุ่นคิดเกี่ยวกับข่าวความตายพวกนี้

โอเค จริงๆ ก็พอจับได้แหละว่า เต๋อเริ่มตระหนักว่าความตายมันใกล้ตัวเรามาก พรุ่งนี้เราหรือคนข้างๆ เราอาจตายไปแบบไม่มีการบอกกล่าวก็ได้ แต่…แล้วไง ยังไงต่อ สิ่งที่อยู่ในไดอารี่นี้มันยังดูฟุ้งและกระจัดกระจาย (สำหรับคนนอกอย่างเรา) ซึ่งอาจมีสักวันที่เขาอาจจะตกผลึกอะไรสักอย่าง และมันอาจอยู่ในไดอารี่ของเขาตอนนั้น แต่ตอนนี้เขาดันเอาไดอารี่ในช่วงที่กำลังครุ่นคิดมาทำเป็นหนังเสียก่อน Die Tomorrow สำหรับเรามันเลยค่อนข้างล่องลอย ไม่มี Main Idea ที่ชัดเจนว่าอยากสื่ออะไร ไม่อิน ไม่ After Effect อะไรทั้งสิ้น (แต่ก็เห็นหลายคนอินอยู่นะ)

อาจเพราะเราก็เคยผ่านหนังที่พูดเรื่องความตายมาหลายเรื่อง และหลายเรื่องก็มักมี Message เกี่ยวกับการมีชีวิตหรือการจากลาที่แข็งแกร่งมาก ตัว Die Tomorrow ก็ดันเข้าฉายในสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยหนังที่เล่น Theme เกี่ยวกับความตาย เอาแบบเนื้อหาชนกันตรงๆ ก็ตับอ่อนฯ ซึ่งเรื่องนั้นทิ้งประเด็นไว้ค่อนข้างจับใจกว่าพอควร

กระนั้นไม่นับเรื่องเนื้อหาแล้ว Die Tomorrow ก็เป็นไดอารี่ที่เต๋อได้โชว์ความสามารถด้านภาษาหรือกลวิธีเล่าเรื่องอย่างเต็มที่ ซึ่งในหนังก็คือการโชว์ Long Take การใช้สัดส่วนภาพที่แตกต่าง การใช้ความเงียบ การตัดต่อสลับไปมา ระหว่างข่าวจริง กับเรื่องราวที่หนังสร้างขึ้น หรือการกำกับการแสดงให้นักแสดงถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างต้องการ ซึ่งมันก็หวือหวาและสามารถสะกิดเราได้อยู่บ้างเหมือนกัน ชอบสุดก็ Part ของเต้ย จรินทร์พร ที่เล่นกับความเงียบ และมี Theme หลักคือคนที่ได้รับประโยชน์จากความตาย ซึ่งเรารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งที่โดดเด่นออกมาจากหนังเลย

ถ้าเทียบกับงานหนังยาวของเต๋อ 2 เรื่องก่อนที่เคยดูอย่าง “Mary is Happy, Mary is Happy” หรือ “Freelance ห้ามป่วย..ห้ามพัก..ห้ามรักหมอ” 2 เรื่องนี้เหมือนหนังสือที่พร้อมวางขายแล้ว แต่ Die Tomorrow ยังเป็นเพียงไดอารี่ส่วนตัวอยู่ ซึ่งก็นั่นแหละ พอมันเป็นส่วนตัว คนนอกอย่างเราจะไม่อ่านก็ไม่เป็นไรมั้ง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.